
เผยความลับร่างกายผู้ชาย "อสุจิ" ที่ไม่ได้ถูกหลั่งออกไป มันหายไปไหน?
เผยความลับของร่างกายผู้ชาย "อสุจิ" ที่ไม่ได้ถูกหลั่งมันหายไปไหน ส่งผลอะไรต่อร่างกาย รู้หรือไม่อสุจิมีวันหมดอายุ
ผู้ชายเริ่มผลิตอสุจิเมื่ออายุระหว่าง 10-12 ปี และจะผลิตต่อเนื่องไปตลอดชีวิต ข้อมูลจาก Open University ระบุว่าในการหลั่งแต่ละครั้ง ผู้ชายที่มีสุขภาพดีจะผลิตน้ำอสุจิประมาณ 2 ถึง 5 มิลลิลิตร ซึ่งในจำนวนนั้นมีเซลล์อสุจิอยู่ระหว่าง 20 ล้านถึง 300 ล้านเซลล์เลยทีเดียว
กระบวนการผลิตอสุจิที่เรียกว่า Spermatogenesis ต้องใช้เวลาเดินทางนานถึง 2 เดือนครึ่งกว่าที่เซลล์จะเติบโตเต็มที่ เมื่อพร้อมแล้วพวกมันจะไปพักรออยู่ใน ท่อพักอสุจิ (Epididymis) ซึ่งเป็นท่อที่พันอยู่รอบอัณฑะ เมื่อถึงเวลาหลั่ง อสุจิจะผสมกับของเหลวจากต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิเพื่อกลายเป็นน้ำเชื้อส่งออกสู่ภายนอก
กระบวนการรีไซเคิลตามธรรมชาติเมื่ออสุจิหมดอายุ
อสุจิมีอายุการใช้งานจำกัดอยู่ที่ประมาณ 74 ถึง 76 วัน หากไม่ได้ถูกขับออกมาผ่านการมี เซ็กซ์ หรือการช่วยตัวเอง ร่างกายจะมีกระบวนการจัดการที่น่าทึ่ง โดยเมื่ออสุจิมาถึงจุด "หมดอายุ" พวกมันจะเข้าสู่กระบวนการเสื่อมสภาพ (Degeneration)
ในขั้นตอนนี้ อสุจิจะถูกย่อยสลายและดูดซึมกลับเข้าไปในท่อพักอสุจิอีกครั้ง โดยร่างกายจะนำโปรตีน เอนไซม์ สังกะสี และฟรุกโตส ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเซลล์อสุจิเดิม กลับมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอสุจิชุดใหม่ แต่หากร่างกายไม่ดูดซึมกลับไป ข้อมูลจาก Medical News Today ระบุว่าพวกมันอาจถูกระบายออกผ่านปรากฏการณ์ "ฝันเปียก" แทน

ปัญหาสุขภาพและภาวะผิดปกติในการผลิตอสุจิ
อย่างไรก็ตาม กระบวนการผลิตอสุจิไม่ได้ราบรื่นเสมอไป Medical News Today รายงานว่ามีผู้ชายประมาณ 1 ใน 100 คนที่ประสบภาวะไม่มีตัวอสุจิในน้ำเชื้อ (Azoospermia) หรือบางรายอาจมีภาวะอสุจิน้อย (Oligospermia) คือมีอสุจิน้อยกว่า 15 ล้านตัวต่อมิลลิลิตร นอกจากนี้ยังมีภาวะผิดปกติอื่นๆ ที่ควรระวังดังนี้:
- ภาวะไม่หลั่งน้ำอสุจิ (Anejaculation): ไม่สามารถหลั่งออกมาได้แม้จะถึงจุดสุดยอด ซึ่งอาจเกิดจากการบาดเจ็บที่อุ้งเชิงกราน
- การหลั่งย้อนทาง (Retrograde Ejaculation): น้ำเชื้อไหลย้อนกลับเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะแทนที่จะหลั่งออกมาภายนอก ทำให้ปัสสาวะขุ่น
- ปัจจัยขัดขวางการผลิต: ข้อมูลจาก Cleveland Clinic ระบุว่าเส้นเลือดขอดในถุงอัณฑะ, การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (เช่น หนองใน), ภาวะฮอร์โมนต่ำ รวมถึงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ล้วนส่งผลเสียต่อคุณภาพอสุจิ
การหลั่งบ่อยช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก
แม้ในโลกออนไลน์จะมีกระแสความเชื่อเรื่องการกักเก็บอสุจิเพื่อเพิ่มระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนหรือปรับปรุงคุณภาพอสุจิ (เช่น แคมเปญ No Nut November) แต่ในทางการแพทย์มักยืนยันว่าความเชื่อนี้ไม่เป็นความจริง ในทางตรงกันข้าม การหลั่งอย่างสม่ำเสมอส่งผลดีต่อสุขภาพมากกว่า
ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ผู้ชายที่หลั่งอสุจิเฉลี่ย 21 ครั้งต่อเดือนหรือมากกว่า มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากลดลงถึง 31% เมื่อเทียบกับผู้ที่หลั่งน้อยกว่า แม้จะนำปัจจัยการใช้ชีวิตอื่นๆ มาคำนวณร่วมด้วยแล้ว ผลลัพธ์นี้ยังคงยืนยันว่าการหลั่งน้ำอสุจิส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :UNILAD